ในประเทศเกาหลี ที่อยู่อาศัยทั่วไปได้แก่บ้านเดี่ยว อพาร์ทเมนท์ สตูดิโอ (เรียกว่า
“ออฟฟิซเทล” ในภาษาเกาหลี) บ้านมัลติเพล็กซ์ บ้านที่มีหลายครอบครัว ฯลฯ ปัจจุบันนี้
ชาวเกาหลีที่อาศัยอยู่ในเมือง ชอบอยู่ในที่อยู่อาศัยที่มีหลายห้อง เช่น อพาร์ทเมนท์
เพื่อชีวิตที่สะดวกสบายกว่า ชาวเกาหลีเน้นความสำคัญในการเป็นเจ้าของบ้านของตัวเอง
ในประเทศเกาหลีราคาบ้านสูงมาก และบ้านในเมืองหลวงก็แพงกว่าบ้านในเขตชนบทมาก
เมื่อซื้อบ้าน ต้องดูตำแหน่งของบ้าน ทิศทาง ความสะดวกของการขนส่ง สภาพแวดล้อมโดยรอบ ฯลฯ
เมื่อตัดสินใจซื้อบ้านสักหลัง จะต้องมีสำเนาการจดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์เพื่อตรวจสอบความเป็นเจ้าของ การกู้จำนอง ฯลฯ ซึ่งจะทำให้ไม่เสียเปรียบ และประการสุดท้าย เมื่อเขียนสัญญาซื้อบ้าน ต้องให้แน่ใจว่ามีการระบุรายละเอียดที่จำเป็นทั้ง หมด เพื่อไม่ให้เสียเปรียบ
การเช่าบ้านในประเทศเกาหลีจะแตกต่างจากที่อื่น โดยต้องเงินให้แก่เจ้าของบ้านเพื่อเป็นเงินมัดจำระหว่างช่วงที่เข้าพัก
เมื่อสัญญาเช่าครบกำหนด จะได้รับเงินมัดจำคืนทั้งหมด สามารถเช่าบ้านได้ทั้งหลัง หรือเพียงส่วนหนึ่ง
(1 ชั้น, 1 – 2 ห้อง ฯลฯ) หากต้องการเช่าบ้านทั้งหลัง เงินมัดจำจะอยู่ที่ประมาณ 40-80% สัญญาเช่ามักทำกันที่ 2 ปี (1 ปี สำหรับออฟฟิซเทล) และตามกฎหมาย เจ้าของบ้านไม่สามารถยุติสัญญาเช่าได้ก่อน 2 ปี หากผู้เช่าไม่ยินยอม (ผู้เช่า ได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย) นอกจากนี้ ผู้เช่าอาจพักในบ้านได้เป็นเวลา 2 ปีได้ แม้ว่าจะทำสัญญาเช่าเพียง 1 ปี ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองการเช่าบ้านก็ตาม
เนื่องจากภาวะถดถอยในตลาดที่อยู่อาศัยและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยต่ำที่ยังคงดำเนินต่อไป เมื่อไม่นานมานี้การเช่าในประ เทศเกาหลีได้เปลี่ยนระบบการเช่าจากเยียนเซ (ระบบการมัดจำ) ที่ใช้กันมาก่อนหน้านั้น ให้เป็นระบบการเช่นแบบบันเหยียนเซ (ระบบการมัดจำครึ่งหนึ่ง) ซึ่งจะรวมถึงเงินมัดจำกับเงินค่าเช่ารายเดือนเพื่อ เป็นหลักประกันให้แก่เจ้าของ โดยปัจจุบันนี้ บ้านสามหลังในสิบหลังได้ให้เช่าภายใต้ระบบการมัดจำครึ่งหนึ่ง โดยผู้เช่าคำนวณค่าเช่ารายเดือนที่เพิ่มขึ้นเทียบเท่ากับค่ามัด
จำที่เพิ่มขึ้น (200% ของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร) ตัวอย่างเช่น สมมติว่าภายใต้อัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า เงินมัดจำจะเพิ่มขึ้นจาก 300 ล้านวอนเป็น 400 ล้านวอนตลอดสองปี โดยผู้เช่าแบ่ง 100 ล้านวอนที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นค่าเช่าราย เดือน 400,000 วอนถึง 600,000 วอน และให้เงินมัดจำ 300 ล้านวอนและค่าเช่ารายเดือน 400,000 ถึง 600,000 วอน
ผู้ที่เช่าบ้านเป็นปีสามารถสมคัรประกันภัยเพื่อการรับคืนค่ามัดจำในการเช่าบ้านเพื่อเป็นการเตรียมไว้ซึ่ง กรณีที่ไม่ได้รับค่ามัดจำคืนจากสำนักงานประกันที่อยู่อาศัยในเมือง (HUG,www.khug.or.kr)
สามารถเช่าที่พักอาศัยเป็นรายเดือนได้ โดยจะยังคงต้องจ่ายค่ามัดจำเล็กน้อย ซึ่งน้อยกว่าค่าเช่า ข้อดีคือสามารถต่อรองค่า มัดจำได้โดยขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่เช่า หากสามารถจ่ายเงินค่าเช่าได้สูงขึ้น เงินมัดจำก็จะน้อยลง ปกติแล้วเงื่อนไขของวอลเซนั้น ขึ้นอยู่กับขนาด จำนวนของห้อง และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเช่าเหมาตามสัญญา หรือจัดให้เช่ารายเดือนก็ตาม ซึ่งปกติจะมีค่าสาธารณูปโภคด้วย โดยคุณต้องเตรียมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ในบ้านเอง อย่างไรก็ตาม สำหรับบ้านแบบมัลติเพล็กซ์และออฟฟิศเทลหลายแห่งนั้น มักจะมีเครื่องใช้ในบ้านให้อยู่แล้ว เช่น ตู้เย็น และเครื่องซักผ้า เป็นต้น
มักมีเจ้าของบ้านหลายรายที่ต้องการให้ชาวต่างชาติ หรือครอบครัวหลากวัฒนธรรมที่อาศัยอยู่ในเกาหลีจ่ายเงินเป็นก้อนสำ หรับค่าเช่า 1-3 ปี (เขตเจจูมักจ่ายค่าเช่ารายปี โดยควรจ่ายค่าเช่ารายปีเป็นเงินก้อน)
เป็นที่พักซึ่งจัดโดยบริษัทหรือโรงเรียน สำหรับผู้เข้าฝึกอบรมเทคโนโลยีการลงทุนซึ่งเป็นชาวต่างชาติ (D-3) และคนงานที่ เข้าทำงานในประเทศเกาหลีผ่านระบบการอนุญาตการจ้างงาน ซึ่งมีวีซ่าการจ้างงานที่ไม่ถือเป็นอาชีพ (E-9)
ทั้งนี้บางบริษัทอาจจัดหอพักให้ แต่บางบริษัทก็อาจไม่จัดให้
การมองหาห้องหรือบ้านที่จะพักในประเทศเกาหลีนั้น จะมีอยู่หลากวิธีด้วยกัน วิธีแรกอาจดูจากใบปลิว โฆษณาให้เช่าบ้าน ป้ายบนท้องถนน สามารถเข้าไปเยี่ยมชมสถานที่ และทำสัญญาได้ด้วยตนเองเลย อย่างไรก็ตาม วิธีที่เป็นที่นิยมกว่าก็คือการ ใช้ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งตัวแทนจะดำเนินการตรวจสอบแทนคุณ และจะจัดเตรียมเอกสารให้ ดังนั้นคุณจะสามารถทำ สัญญาได้อย่างปลอดภัยโดยไม่มีปัญหาทางกฎหมาย โดยคุณอาจได้รับส่วนลดจากนายหน้าได้เป็นบางส่วน โดยเฉพาะหาก เป็นการหาผ่านทางอินเทอร์เน็ต และได้มีโอกาสต่อรองกับนายหน้าอสังหาริมทรัยพ์มืออาชีพจริงๆ
คุณจะต้องทำสัญญาเช่ากับเจ้าของบ้านที่แท้จริง ในสัญญาจะมีการระบุระยะเวลาการเช่า เงินมัดจำ ค่าเช่ารายเดือน ฯลฯ อย่างไรก็ตาม บางคนอาจทำสัญญากับผู้เช่าก่อนหน้า และจ่ายเงินมัดจำให้พวกเขาแทนการทำสัญญาโดยตรงกับเจ้าของ ในกรณีนี้ หากเจ้าของบ้านไม่เห็นด้วยกับสัญญา ก็ไม่สามารถได้รับเงินมัดจำคืน
ดังนั้น ควรตรวจสอบบัตรประชาชนของเจ้าของบ้าน และตรวจสอบเอกสารสำคัญของเจ้าของบ้าน
หรือของบุคคลที่ได้รับมอบหมาย (เช่น ใบรับรองของผู้มีตราประทับ และหนังสือมอบฉันทะ เป็นต้น)
ให้ดีก่อนทำสัญญา โดยสามารถตรวจสอบบัตรประชาชนของเจ้าของบ้านได้จากสำเนาจดท
ะเบียนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งสามารถทำผ่านทางอิน เทอร์เน็ตได้โดยไม่ยุ่งยากแต่อย่างใด และจะเป็นการดีมาก ที่จะตรวจสอบหนังสือจดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ให้รอบคอบ
ก่อนการจ่ายเงิน ระหว่างการจ่ายเงิน และเมื่อจ่ายเงินเสร็จสมบูรณ์แล้ว
การขอดูสำเนาการจดทะเบียนก่อนทำสัญญานั้นถือเป็นเรื่องที่จำเป็นพอๆ กับการตรวจสอบภายในสถานที่ด้วยตนเอง ซึ่ง ทะเบียนดังกล่าวจะประกอบไปด้วยที่อยู่ของสถานที่ ชื่อเจ้าของที่ พื้นที่และโครงสร้าง นอกจากนี้ยังมักมีข้อมูลด้วยว่า เจ้าของที่เป็นเจ้าของอาคารเอง หรือยังผ่อนธนาคารอยู โดยทั่วไปแล้ว สำเนาการจดทะเบียนจะสามารถหาได้จากทางอิน เตอร์เน็ต(www.iros.go.kr, สำนักทะเบียนอินเตอร์เน็ตศาลสูง) ดังนั้นคุณจึงไม่จำเป็นต้องไปที่สำนักทะเบียนแต่อย่างใด และหากไม่ทราบว่าต้องดำเนินการอย่างไรดี ควรสอบถามจากเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานชาวเกาหลีให้แน่ใจเสียก่อน
ตามกฎหมายแล้ว มักไม่จำเป็นต้องมีการวางเงินดาวน์แต่อย่างใด แต่มักจะเป็นการจ่ายเงิน 10% ของเงินมัดจำทั้งหมดแทน ตัวอย่างเช่น หากเงินมัดจำทั้งหมดอยู่ที่ 2 ล้านวอน การวางเงินจะอยู่ที่ 2 แสนวอน และสามารถจ่ายเงิน 1.8 ล้านวอนที่เหลือได้ตามวันที่ตกลงกันก่อนย้ายเข้าอยู่ โดยจะต้องจ่ายเงินทั้งหมดในวันที่ย้ายเข้า และคุณควรเก็บใบเสร็จทั้งหมดเอาไว้ให้ดีด้วย
ในบางครั้งคุณอาจจะไม่สามารถย้ายไปอยู่ที่อื่นได้ก่อนสัญญาเช่นสิ้นสุด ในกรณีเช่นนี้ เจ้าของบ้านสามารถลดจำนวนตามค่า เช่ารายเดือนที่จะถึงจนถึงวันครบกำหนดได้จากเงินมัดจำทั้งหมด แล้วคืนเงินที่เหลือให้คุณ คุณอาจอยู่ในห้องที่มีเงินมัดจำ 2 ล้านวอนและค่าเช่ารายเดือน 150,000 วอน และตัดสินใจย้ายไปที่อื่น 3 เดือนก่อนสัญญาสิ้นสุด ซึ่งก็คงไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด หากมีผู้เช่ารายใหม่มาเช่าต่อจากนั้นทันที แต่ถ้าไม่ได้เป็นเช่นนั้น ก็ไม่ถือเป็นการผิดกฎหมายแต่อย่างใด หากเจ้าของบ้านจะคืนเงินให้คุณเพียง 1.55 ล้านวอนเท่านั้น ซึ่งก็คือค่าเช่าเดือนละ 450,000 วอน จำนวน 3 เดือน (150,000 วอน x 3 เดือน) จากเงินมัดนั่นเอง ทั้งนี้หากคุณไม่ต้องการต่อสัญญาเช่าใหม่ คุณควรแจ้งให้เจ้าของที่ทราบว่าต้องการย้ายออกก่อนสัญญาสิ้นสุดล่วง หน้าอย่างน้อยหนึ่งเดือน หากได้แจ้งแก่เจ้าของที่แล้ว ย่อมถือว่าเป็นการผิดกฎหมาย หากเจ้าของที่ไม่ยอมคืนเงินมัดจำให้
คุณ และถ้าหากเจ้าของที่ไม่คืนเงินมัดจำให้คุณโดยมิชอบ คุณก็สามารถเรียกร้องให้มีการดำเนินคดีทางแพ่งได้ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง และมีขั้นตอนยุ่งยากพอสมควร ดังนั้นหากสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง คุณควรขอคำปรึกษา จากศูนย์ให้ความช่วยเหลือ(www.klac.or.kr, สำนักงานให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย
รายละเอียด่ตางๆ ที่ต้องระบุในสัญญาแห่งชาติ) ซึ่งก็มีให้คุณเลือกอยู่หลายแห่งเหมือนกัน
อย่างน้อยหนึ่งเดือนก่อนสัญญาสิ้นสุด คุณต้องแจ้งให้เจ้าของที่ทราบว่าต้องการย้ายออกในวันที่ครบกำหนด หรือต้องการอาศัยอยู่ต่อ หากไม่แจ้งให้เจ้าของที่ทราบ จะถือเป็นการต่อสัญญาใหม่โดยอัตโนมัติเลย และ คุณอาจสูญเสียโอกาสที่จะได้ย้ายออกตามเวลาที่ต้องการได้ หลายคนเผลอลืมมิได้แจ้งล่วงหน้า จนทำให้เกิด ข้อผิดพลาดขึ้นเช่นนี้
มีครอบครัวหลากวัฒนธรรมจำนวนมาก ที่ชอบธุรกรรมตรงทางอสังหาฯ เพื่อการประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งแม้ว่า
ธุรกรรมตรงดังกล่าวจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ก็จริงอยู่ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่หลายเรื่องด้วยกัน
และโดยทั่วไปแล้ว บุคคลที่ปล่อยทรัพย์สินเพื่อขายจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมไปถึงที่อยู่และหมายเลข
โทรศัพท์ ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าสำหรับผู้หญิงที่อยู่ตัวคนเดียวนั้น การไม่เปิดเผยข้อมูลน่าจะเป็นการดีที่สุด
เมื่อต้องการทำธุรกิจโดยผ่านนายหน้าอสังหาริมทรัพย์นั้น นายหน้าคนดังกล่าวถูกบังคับให้ต้องตรวจสอบ
ความเสียหายของบ้าน และอธิบายเรื่องดังกล่าวให้กับลูกค้าเป้าหมายที่จะเป็นผู้เช่าให้ทราบด้วย ในทำนองเดียวกัน
ผู้เช่าเองก็จะต้องตรวจสอบข้อบกพร่องต่างๆ ด้วยตัวเองในระหว่างการทำการเช่าด้วย ซึ่งการตรวจสอบดังกล่าวก็
เพื่อให้แน่ใจว่า จะไม่มีปัญหาใดๆ กับอุปกรณ์หรือวัสดุต่างๆ ในบ้าน และแม้ว่าจะเป็นการขอเช่าโดยตรงก็ตาม
แต่คุณก็จะต้องจ่ายค่าออกแบบสัญญาเป็นเงินประมาณ 100,000 วอนเกาหลีให้กับนายหน้าด้วย ซี่งตรงส่วนนี้ยัง
ไม่ได้ถือว่าเป็นค่านายหน้าแต่อย่างใด แต่มันเป็นเพียงค่า “บริการในการร่างสัญญา” เท่านั้น ดังนั้นนายหน้าคนดัง
กล่าวก็ยังไม่ได้ต้องรับผิดชอบใดๆ ต่อคุณทั้งสิ้น
แม้ว่าในปี ค.ศ 2009 จะมีคาเฟ่ที่เปิดทำการให้บุคคลทำสัญญาการเช่าหรือซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยตรง
อยู่เพียงแค่ 50 แห่ง ในปัจจุบันนี้มีคาเฟ่มากกว่า 100 แห่ง และมีสมาชิก 1.1 ล้านราย
จำนวนของคาเฟ่มีเพิ่มมากขึ้นเป็นสองเท่าในช่วงระหว่างที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ตกต่ำ
อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ประเมินว่ามีเสนอให้เช่าหรือขายอสังหาริมทรัพย์มากกว่า 100,000 แห่งต่อเดือน ซึ่งมีการกระจายข้อมูลผ่านทางอินเตอร์เน็ต รวมไปถึงคาเฟ่และเว็บไซต์ที่เปิดทำการให้บุคคลทำสัญญา
การเช่าหรือซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยตรง การทำสัญญาเช่าโดยการจ่ายค่ามัดจำและจ่ายค่าเช่ารายเดือนโดย
ตรงกำลังเป็นที่นิยม เนื่องจากปัจจุบันนี้มี ข้อมูลมากพอเกี่ยวกับการเสนอให้เช่าหรือขายอสังหาริมทรัพย์
ที่สามารถหาเจอได้จากอินเตอร์เนต ในอดีต อสังหาริมทรัพย์ที่มีการเสนอให้เช่าหรือขายที่ถูกปร
ะกาศไว้ในตลาดเช่าหรือซื้ออสังหาริมทรัพย์ โดยตรงจะมีเพียงแค่ห้องแบบสตูดิโอ (ห้องเดี่ยว) และออฟฟิศเทล ผู้ใช้งานส่วนใหญ่จะเป็นนิสิต นักศึกษาหรือคนทำงานออฟฟิศที่อยู่คนเดียว แต่อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันนี้อสังหาริมทรัพย์ที่มีการเสนอให้เช่าหรือขายแบบติดต่อโดยตรงก็ขยาย ไปเป็นบ้านสำหรับหลายครอบครัวที่มี 2 - 3 ห้อง บ้านเดี่ยว และอพาร์ทเม้นต์ให้เช่า หรือมีแม้
กระทั่งออฟฟิศเทล ที่พักอาศัยในเมือง ศูนย์การค้าและออฟฟิศ แม้ว่าการเช่าหรือซื้ออสังหาริมทรัพยโดยตรง
อาจสะดวกสะบายและมีค่าใช้จ่ายลดลง แต่อาจเป็นเรื่องเสี่ยง สำหรับบุคคลที่ไม่มีประสบการณ์ทางสังคม
หรือไม่มีประสบการณ์ด้านการทำสัญญาต่าง ๆ ดังนั้น จึงแนะนำให้ใช้ประโยชน์จากบริษัทนายหน้าที่ได้รับ
อนุญาตเนื่องจากรูปแบบความเสียหายจะค่อย ๆ กลับกลายเป็นความเสียหายที่หลากหลาย ยกตัวอย่างเช่น บ้านที่มีการเปิดให้ประมูลถูกนำไปจัดเป็นอสังหาริมทรัพย์ ที่เปิดให้เช่าแบบติดต่อโดยตรง และผู้เช่าบางรายก็ทำการฉ้อฉลโดยการให้ทำสัญญารอง (สัญญาซ้อน)
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำสัญญาตรงแบบให้เช่ารายเดือนและมีเงินมัดจำ ซึ่งเป็นการทำธุรกรรมโดยตรง
ระหว่างผู้เช่าหรือผู้ซื้อและผู้ให้เช่าหรือผู้ขายโดยไม่ผ่านนายหน้าที่ได้รับอนุญาต ดังนั้นบุคคลหนึ่ง ๆ
อาจได้รับความเสียหายอย่างมาก หากเขา/เธอไม่ได้ตรวจสอบเงื่อนไขและขั้นตอนโดยละเอียดถี่ถ้วน
ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ไม่คุ้นชินกับสังคมและคนที่ไม่ทราบเรื่องอสังหาริมทรัพย์เลย
บุคคลที่คุ้นกับตลาดการค้าแลกเปลี่ยนเสรีบนอินเตอร์เนตแต่ไม่มีความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์
มักจะค้นหาอสังหาริมทรัพย์ที่มีการเสนอให้เช่าหรือซื้อที่มีราคาถูก และจะทำการทำสัญญาโดยตรง
ซึ่งส่งผลให้เขา/เธอทำสัญญากับบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ หรือประสบกับความยากลำบาก ในการตรวจสอบว่าต้องมีการซ่อมอสังหาริมทรัพย์หรือไม่ เมื่อย้ายออกในภายหลัง นอกจากนี้ หลายคนยังทำสัญญาโดยไม่รู้ราคาเช่าที่แท้จริงของตลาด ดังนั้นพวกเขาจึงอาจทำสัญญาที่ต้องจ่าย ราคาสูงกว่าราคาตลาด
ดังนั้น สิ่งที่ปลอดภัยที่สุดคือการใช้ประโยชน์จากบริษัทนายหน้าที่ได้รับอนุญาต ในกรณีนี้ แม้ว่าบุคคลจะ
ตกเป็นเหยื่อของการทำสัญญาซ้อน เขา/เธออาจได้รับการคุ้มครองจากประกันป้องกันการฉ้อฉล
นอกจากนี้ การทำสัญญาผ่านบริศัทนายหน้าที่ได้รับอนุญาตยังมีข้อได้เปรียบอีกหลายข้อ
จำไว้ว่า แม้ว่าการทำสัญญาเช่าหรือซื้อโดยตรงอาจจะเป็นการช่วยไม่ให้เสียค่านายหน้า แต่อาจจะใช้เวลาและ ต้องเสียเงินมากกว่าในภายหลังเนื่องจากผลลัพท์ไม่ได้เป็นไปตามที่ต้องการ
ครอบครัวหลากวัฒนธรรมสามารถซื้อบ้านที่จัดสร้างพิเศษขึ้นสำหรับครอบครัวหลากวัฒนธรรม โดยที่ไม่ต้องแย่งชิงกับบุคคลทั่วไป
การสัญญาสั่งจองบ้านล่วงหน้าคือระบบที่ให้สิทธิ์สัญญาสั่งจองอพารท์เม้นท์กับผู้ที่ได้เกณฑ์มาตรฐาน
ด้วยเงินฝากที่เกี่ยวข้องกับสัญญาสั่งจองบ้านล่วงหน้า ส่วนใหญ่แล้วบ้านที่แบ่งขายถูกระบุด้วยที่อยู่อาศัย
เพื่อประชาชน, ที่อยู่อาศัยของเอกชน, ที่อยู่อาศัยเพื่อประชาชนขนาดกลาง ผู้ที่ต้องการสัญญาสั่งจอง
บ้านล่วงหน้าต้องสมัครบัญชีเงินฝากที่เกี่ยวข้องกับสัญญาสั่งจองบ้าน (ออมทรัพย์เพื่อสัญญาสั่งจอง, เงิน
ฝากเพื่อสัญญาสั่งจอง, ค่างวดเพื่อสัญญาสั่งจอง, ออมทรัพย์แบบบูรณาการเพื่อสัญญาสั่งจองบ้านล่วง
หน้า) เพื่อจะได้คุณสมบัติในการทำสัญญา การแบ่งขายจะจัดขึ้นด้วยระบบตามขั้นตอนที่จะเลือกผู้ที่จะ
อยู่อาศัยที่ช่วงเวลาไม่มีที่อยู่อาศัย, ครั้งที่ฝากเงินออมทรัพย์เพื่อสัญญาสั่ง จอง, ยอดเงิน ออมทรัพย์มาก
ที่สุดและจะจัดขึ้นด้วยระบบตามคะแนนที่เลือกผู้ที่จะอยู่อาศัยรามคะแนนเพิ่มและคะแนนเสียตามกฎ
เกณฑ์และการจับสลาก
บ้านเรือนส่วนใหญ่ในเกาหลีจะใช้แรงดันไฟฟ้า 220 โวลต์ และถ้าหากเครื่องใช้ไฟฟ้าของคุณเป็น 110 โวลต์ คุณจำเป็นต้องมีหม้อแปลงไฟจาก 220 โวลต์เป็น 110 โวลต์ด้วย

บ้านทุกหลังจะติดตั้งเครื่องป้องกันไฟฟ้าดูดที่ต่อสายดิน (earth leakage circuit breaker) เสมอ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากกระแสไฟฟ้ารั่ว เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลเข้ามากเกินไป หรือมีปัญหากับทางเดินกระแสไฟฟ้า เบรกเกอร์ดังกล่าวก็จะตัดวงจรไฟฟ้านั้นให้โดย อัตโนมัติ และถ้าหากมันไม่สามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง นั่นก็อาจจะเกิดอันตรายขึ้นมาได้ ดังนั้นก่อนที่จะย้ายเข้า เพื่อให้ แน่ใจว่ามันสามารถทำงานได้เรียบร้อยดี คุณควรจะตรวจสอบให้รอบคอบเสียก่อน โดยการลองกดปุ่มทดสอบเท่านั้นเอง (ปกติแล้วจะเป็นปุ่มสีแดง) ซึ่งการกดปุ่มดังกล่าวนั้น ควรจะส่งผลให้สะพานไฟกระดกลงมา แต่ถ้าหากมันไม่เป็นเช่นนั้น
แสดงว่าเบรกเกอร์ตัวนั้นอาจจะเสียแล้ว

ในช่วงฤดูหนาว อาจจะมีความเสี่ยงอยู่บ้างที่ท่อน้ำประปาจะจับน้ำแข็ง และต่อไปนี้เป็นคำแนะนำที่สามารถช่วย ป้องกันปัญหาดังกล่าวได้
เมื่อใช้เตาแก๊ส ซึ่งสามารถพบได้ในบ้านส่วนใหญ่ ให้ตรวจสอบว่าเปลวไฟเป็นสีฟ้า หากเปลวไฟเป็นสีแดง แสดงว่ามีปัญหา ควรปิดแก๊สและหาสาเหตุ นอกจากนี้เมื่อใช้เตาแก๊ส ให้เปิดแก๊สหลังจากเปิดวาล์วแก๊สกลางจนสุดแล้วเท่านั้น เมื่อเลิกใช้เตาแก๊ส ควรปิดวาล์วแก๊สกลางให้สนิท และเปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศให้เพียงพอ เมื่อใช้แก๊ส LPG หรือแก๊สเมือง การตรวจสอบความปลอดภัยของแก๊สเป็นสิ่งที่สำคัญมาก หากต้องการตรวจสอบการรั่วของแก๊ส ให้ผสมน้ำยาล้างจานกับน้ำในอัตราส่วน 1:1 แล้วทาที่บริเวณที่ต่อท่อ หากไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ แสดงว่าปกติ แต่หากเกิดฟอง แสดงว่ามีการรั่วไหลของแก๊ส และต้องรีบซ่อมแซมทันที บริษัทแก๊สจะดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยทุกหกเดือนสำหรับบ้านที่ใช้แก๊สเมือง (โดยจะอ่านค่ามิเตอร์ทุกเดือน) หากเป็นไปได้ ควรหลีกเลี่ยงการออกจากบ้านในวันที่มีการตรวจสอบเพื่อไม่ให้พลาดการตรวจสอบ การใช้อุปกรณ์แก๊สหุงต้มอย่างไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงหลากหลายรูปแบบ ควรตรวจสอบทุกครั้งว่าไฟดับสนิทหลังใช้งาน และควรปิดวาล์วแก๊สกลางให้สนิทเป็นนิสัย

กระป๋องแก๊สบิวเทนใช้กับเครื่องพ่นแก๊สแบบพกพา การรั่วของแก๊สมักเกิดจากการใส่กระป๋องแก๊สบิวเทนไม่ถูกต้อง ดังนั้น หากเปลวไฟเล็กผิดปกติหรือมีกลิ่นแก๊ส ควรหาสาเหตุทันที
การใช้เครื่องพ่นแก๊สแบบพกพาต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย
① ห้ามใช้กระทะปิ้งย่างที่มีขนาดใหญ่กว่าเตา
② ห้ามวางกระป๋องแก๊สบิวเทนใกล้ไฟหรือบนเตาแม่เหล็กไฟฟ้า
③ ถอดกระป๋องแก๊สบิวเทนที่ใช้แล้วออก
④ หากใช้งานในร่ม ควรเปิดระบายอากาศทันที
⑤ ห้ามวางซ้อนเครื่องพ่นแก๊สแบบพกพาขณะจัดเก็บ
⑥ เมื่อต้องการทิ้งกระป๋องแก๊สบิวเทนที่ใช้แล้ว ให้ปล่อยแก๊สที่เหลือออกให้หมดในบริเวณที่มีการระบายอากาศดีหรือกลางแจ้ง และทิ้งในจุดที่จัดไว้โดยเฉพาะ


บริษัทแก๊สจะเข้าตรวจสอบความปลอดภัยเป็นประจำ เพื่อให้มั่นใจว่าแก๊สถูกใช้งานอย่างปลอดภัย และเนื่องจากเป็นหน้าที่ตามกฎหมาย กรุณาอยู่บ้านในวันที่นัดตรวจสอบ ปัจจุบันได้มีการพัฒนาอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยต่าง ๆ เช่น ตัวตั้งเวลาวาล์วแก๊ส วาล์วปิดแก๊สอัตโนมัติ และสัญญาณเตือนก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ เพื่อช่วยให้ใช้งานแก๊สได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น อุบัติเหตุจากแก๊สมักเกิดจากการดูแลจัดการอุปกรณ์แก๊สอย่างประมาท ซึ่งทำให้เกิดการรั่วไหลของแก๊ส อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยคือ การขาดอากาศหายใจจากแก๊ส และการระเบิดของแก๊ส การใช้แก๊สอย่างปลอดภัยเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด หากมีกลิ่นแปลก ๆ (เช่น กลิ่นคล้ายหัวหอมเน่า) ขณะใช้แก๊ส คุณสามารถตรวจสอบการรั่วของแก๊สได้ด้วยตนเอง ให้ผสมน้ำยาล้างจานกับน้ำในอัตราส่วน 1:1 แล้วทาบริเวณข้อต่อของท่อหรือหัวต่อแก๊ส หากไม่มีปฏิกิริยา แสดงว่าทุกอย่างปกติ แต่หากเกิดฟอง แสดงว่ามีการรั่วของแก๊ส และคุณต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้ทันที

อุปกรณ์ทำความร้านที่ติดตั้งอยู่ในบ้านส่วนใหญ่โดยฝังท่อน้ำร้อนใต้พื้นบ้านเพื่อให้น้ำร้อนได้หมุนและสามารถใช้น้ำร้อนในชีวิตประจำวันได้
ประเภทของหม้อไอน้ำ ได้แก่ หม้อไอน้ำแบบใช้ถ่านอัดแท่ง หม้อไอน้ำแบบใช้น้ำมัน หม้อไอน้ำแบบใช้แก๊ส LPG และหม้อไอน้ำแบบใช้แก๊สเมือง ซึ่งใช้เชื้อเพลิงต่างกัน เช่น ถ่านอัดแท่ง น้ำมัน แก๊ส LPG หรือแก๊สเมือง หม้อไอน้ำแบบใช้ถ่านอัดแท่งมีราคาถูก แต่ใช้งานไม่สะดวกเนื่องจากต้องเปลี่ยนถ่านให้ตรงเวลา หม้อไอน้ำแบบใช้น้ำมันและ LPG มีข้อเสียสองประการ คือ มีราคาสูง และต้องสั่งซื้อน้ำมันหรือแก๊สใหม่ทุกครั้งเมื่อหมด นอกจากนี้ สำหรับครัวเรือนที่ใช้แก๊ส LPG อาจเกิดการรั่วไหลของแก๊สได้หากใช้ท่อยาง ควรเปลี่ยนเป็นท่อโลหะแทน ซึ่งจะปลอดภัยกว่า หม้อไอน้ำแบบใช้แก๊สเมืองซึ่งจ่ายแก๊สผ่านท่อ มีต้นทุนการติดตั้งเริ่มต้นสูง ซึ่งเป็นข้อเสีย แต่เนื่องจากช่วยประหยัดค่าทำความร้อน ในระยะยาวจึงมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า เพื่อใช้หม้อไอน้ำแก๊สเมืองอย่างปลอดภัย ควรตรวจสอบข้อต่อของหม้อไอน้ำก่อนใช้งานว่ามีการหลุดของท่อไอเสียหรือมีรอยบุบหรือไม่ * หากท่อไอเสียของหม้อไอน้ำหลุด อาจทำให้ก๊าซไอเสียรั่ว ซึ่งอาจนำไปสู่อุบัติเหตุจากการได้รับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษ


ฮีตเตอร์และเบาะไฟฟ้านั้นถูกใช้เพื่อทำความร้อน อย่างไรก็ตาม โปรดทราบว่ามันอาจจะทำให้บิลค่าไฟฟ้าของคุณแพงเกิน ไป และอาจจะแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมามากเกินไปได้ ดังนั้นควรแน่ใจว่าได้ใช้มันอย่างเหมาะสมดีแล้ว นอกจากนี้ คุณควรจะระวังไม่ใช้มันจนนานเกินไป เนื่องจากอาจจะเกิดอันตรายได้ เพราะว่ามันอาจจะร้อนจนกระทั่งติดไฟเลยก็เป็นได้
เครื่องทำความร้อนแบบใช้แก๊สมักใช้ในการให้ความร้อนภายในบ้าน แต่ควรระมัดระวังหากใช้ในเวลากลางคืนขณะนอนหลับ หากปล่อยให้เปิดทิ้งไว้ข้ามคืน อาจเกิดการเป็นพิษจากก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ได้ อย่าลืมระบายอากาศเป็นประจำ นอกจากนี้ อุบัติเหตุจำนวนมากเกิดจากการใช้งานผลิตภัณฑ์เก่า ดังนั้นจึงสำคัญที่จะต้องใช้งานภายในระยะเวลาที่แนะนำสำหรับแต่ละผลิตภัณฑ์
คุณสามารถโทรเบอร์ 100 (KT), 106 (SK broadband) ได้จากทุกที่ในประเทศ เพื่อขอติดตั้งโทรศัพท์
โดยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วกดหมายเลขข้างต้น จากนั้นคุณจะได้รับการต่อสายให้คุยกับ Call Center ที่ดูแลรับเรื่องนั้นๆ สำหรับการจ่ายค่าโทรศัพท์นั้น เป็นการสะดวกกว่าที่จะใช้การตัดบัญชีอัตโนมัติ ซึ่งจะตัดบัญชีด้วยค่าธรรมเนียมบริการจาก บัญชีธนาคารของสมาชิกเป็นประจำทุกๆ เดือน หรือคุณจะเข้าไปที่ (www.giro.or.kr, ☎ 1577-5500) ก็ได้ และด้วยวิธี การที่กล่าวมาแล้วนั้น คุณจะสามารถชำระบิลได้โดยไม่จำเป็นต้องไปที่ธนาคารด้วยตัวเองเลย
ในประเทศนี้จะขายโทรศัพท์มือถือไม่แพง โดยจะคิดค่าบริการพลเมืองที่ไม่ใช่ชาวเกาหลีเป็นรายเดือน
และคุณอาจจะพบด้วยว่า การซื้อโทรศัพท์มือถือด้วยเงินสดตามร้านค้าต่างๆ ก็เป็นเรื่องง่ายเช่นกัน โดยคุณจะต้องขอลงทะ เบียนบัตรเพื่อขอหมายเลขสำหรับคุณโดยเฉพาะ
ถ้าคุณไม่มีบัตรลงทะเบียน คุณยังคงต้องใช้บริการแบบ Pre-paid ก่อน ซึ่งเรียกกันว่า “บัตรโทรศัพท์” (card phone) โดย บริการนี้จะไม่มีค่าธรรมเนียมการสมัคร และจะคิดค่าบริการต่างจากราคาปกติ โดยจะคิดแพงกว่าค่าบริการโทรศัพท์มือถือทั่ว ไปเล็กน้อย ทั้งนี้คุณสามารถเติมเงินบัตรโทรศัพท์แบบ Pre-paid ของคุณได้ด้วยจำนวนเงินที่แตกต่างกันออกไป โดยเริ่มต้นที่ 10,000 วอน บัตรดังกล่าวสามารถซื้อได้ใกล้ๆ โรงงานที่มีพนักงานชาวต่างชาติมาก หรืออาจจะเป็นตลาดอาหารต่างประเทศ ที่ทำการไปรษณีย์ (ความพร้อมในการจำหน่ายอาจแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ โปรดสอบถามล่วงหน้า ☎1588-1300) หรือจะซื้อที่ร้านตัวแทนของการสื่อ สารฯ ก็ได้
คุณอาจจะได้รับโทรศัพท์และข้อความสแปมจำนวนมากถ้าคุณใช้โทรศัพท์มือถือ อย่างไรก็ตาม คุณควรจะวาง เฉยเอาไว้ นอกเสียจากมันจะเป็นข้อความสำคัญจริงๆ และคุณควรจะระมัดระวังไม่โทรกลับไปเพราะความ อยากรู้อยากเห็นด้วย เนื่องอาจจมันอาจจะทำให้เสียเงินจำนวนมาก จากค่าบริการที่คิดแพงเกินจริงได้เหมือนกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณจะต้องระวังไม่เผลอไปโต้ตอบข้อความโฆษณาทางธุรกิจที่นำไปสู่สื่อที่มีเนื้อ หาลามกอนาจารด้วย
มีรหัสพื้นที่อยู่ 17 รหัสในประเทศเกาหลี ซึ่งรหัสดังกล่าวนั้นเป็นปลายทางที่คุณกำลังจะโทรไป
และจะต้องกดหมายเลขนั้นๆ ก่อนที่คุณจะโทรออกไป อย่างไรก็ตาม รหัสพื้นที่ดังกล่าวไม่มีความจำ เป็นต้องใช้แต่อย่างใด ถ้าเป็นการโทรในพื้นที่เดียวกัน
| พื้นที่ | หมายเลข | พื้นที่ | หมายเลข | พื้นที่ | หมายเลข | พื้นที่ | หมายเลข |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| กรุงโซล | 02 | เมืองแทจ็อน | 042 | เมืองชุงบก | 043 | เมืองเคียงนัม | 055 |
| เมืองปูซาน | 051 | เมืองอุลซาน | 052 | เมืองชุงนัม | 041 | เกาะเชจู | 064 |
| เมืองแดกู | 053 | เมืองเชจอง | 044 | เมืองจอนบุก | 063 | ||
| เมืองอินชอน | 032 | เมืองเคียงจิ | 031 | เมืองจ็อนนัม | 061 | ||
| เมืองกวางจู | 062 | เมืองคังวอน | 033 | เมืองเคียงบก | 054 |
สำหรับการใช้โทรศัพท์สาธารณะนั้น คุณต้องใช้เหรียญหรือบัตรโทรศัพท์แบบพรีเพด ซึ่งถ้าหากคุณเลือกไทม์โซนได้ดี คุณจะ สามารถประหยัดค่าโทรทางไกลได้ โดยค่าบริการโทรศัพท์ในเขตเมืองราคา 70 วอน/180 วินาที ส่วนค่าโทรเข้าโทรศัพท์มือถือคือ 70 วอน/38 วินาที


เพย์โฟนทุกเครื่องจะมีปุ่มเรียกสายฉุกเฉินสีแดงเอาไว้เสมอ ซึ่งคุณสามารถใช้แจ้งตำรวจหรือแจ้งดับเพลิงได้ โดยการกดปุ่มดังกล่าว จากนั้นก็ตามด้วยหมายเลขบริการ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เหรียญหรือบัตรโทรศัพท์เลย และโปรดจำไว้ ว่าหมายเลขต่อไปนี้เป็นหมายเลขเฉพาะกรณีฉุกเฉินเท่านั้น
เมื่อคุณจะต้องโทรศัพท์ไปยังหมายเลขอื่นๆ
และคุณไม่มีเงินอยู่กับตัว ให้ลองใช้บริการเรียกส
ายแบบเก็บเงินปลายทางดู ซึ่งค่าบริการการเรียก
สายดังกล่าวจะคิดจากผู้รับสาย โดยมีราคาแพงกว่า ปกติเล็กน้อย สำหรับการใช้บริการดังกล่าวภาย
ในประเทศนั้น ให้กดปุ่มฉุกเฉิน + 1541 + หมายเลขโทรศัพท์ปลายทาง#

สำหรับการเรียกสายระหว่างประเทศจากเพย์โฟนนั้น ขอแนะนำให้คุณซื้อบัตรโทรศัพท์ผ่านทางอินเทอร์เน็ต หรือจากร้าน ขายของสำหรับชาวต่างประเทศ หรือจากร้านสะดวกซื้อทั่วไปก็ได้
โทรศัพท์ระหว่างประเทศ หรือการโทรถึงกันระหว่างประเทศต่างๆ นั้น เป็นบริการที่แพงกว่าโทรศัพท์ภายในประเทศ คุณสามารถประหยัดเงินได้ โดยการเลือกโทรในช่วงเวลาที่มีส่วนลด ซึ่งมักจะเป็นช่วงเย็นไปแล้ว หรือว่าตอนวันหยุด และขอแนะนำให้คุณตรวจสอบค่าบริการเสียก่อน เนื่องจากราคานั้นจะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ และต่างกันไป สำหรับผู้ให้บริการแต่ละราย ในช่วงนี้ สามารถโทรฟรีระหว่างประเทศโดยการดาว์นโหลดแอปป์ที่สามารถโทรฟรีทางสมาร์ทโฟน
| ประเทศ | รหัสประเทศ | ประเทศ | รหัสประเทศ | ประเทศ | รหัสประเทศ | ประเทศ | รหัสประเทศ |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ไนจีเรีย | 234 | เวียดนาม | 84 | อิรัก | 964 | กีร์กิสถาน | 996 |
| เนปาล | 977 | บราซิล | 55 | อิหร่าน | 98 | ไทย | 66 |
| เยอรมัน | 49 | ซูดาน | 249 | อียิปต | 20 | ตุรกี | 90 |
| ลาว | 856 | ศรีลังกา | 94 | อินเดีย | 91 | ปากีสถาน | 92 |
| รัสเซีย | 7 | ซีเรีย | 963 | อินโดนีเซีย | 62 | เปรู | 51 |
| มาเลเซีย | 60 | สิงคโปร์ | 65 | ญี่ปุ่น | 81 | ฟิลิปปินส์ | 63 |
| เม็กซิโก | 52 | อาร์เจนติน่า | 54 | จีน | 86 | ออสเตรเลีย | 61 |
| มองโกเลีย | 976 | แองโกลา | 244 | ชิลี | 56 | ฮ่องกง | 852 |
| อเมริกา/แคนาดา | 1 | เอกวอดอร์ | 593 | คาซัคสถาน | 7 | ||
| พม่า | 95 | อังกฤษ | 44 | กัมพูชา | 855 | ||
| บังกลาเทศ | 880 | อุซเบกิสถาน | 998 | โคลอมเบีย | 57 |
ในประเทศเกาหลี มีรูปแบบการกระจายสัญญาณชนิดต่างๆ อย่างหลากหลาย ที่จัดทำผ่านการกระจายสัญญาณเพื่อบริการทั่ว ไป เคเบิลทีวี การกระจายสัญญาณในภูมิภาค การกระจายสัญญาณผ่านดาวเทียม (Sky Life) รวมไปถึงการกระจายสัญญาณ
ภาคพื้นดินด้วย (KBS, MBC และ SBS) และเมื่อไม่นานมานี้ เพย์ทีวีที่ให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ต (เรียกกันว่า IPTV) ก็ เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากบริษัทเคเบิลทีวีหรือไอพีทีวีได้ให้บริการแบบพ่วงกันเป็นแพ็กเกจมาพร้อมกับสาย
อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงด้วยเลย ดังนั้นถ้าคุณสมัครใช้บริการทั้งสองอย่างไปพร้อมๆ กัน คุณก็จะได้บริการโดยรวมที่ราคา ถูกกว่าปกติ
ถ้าคุณสนใจที่จะใช้เฉพาะอินเทอร์เน็ตเพียงอย่างเดียว ให้คุณเปรียบเทียบบริการและราคาที่เสนอโดยผู้ให้บริการการ สื่อสารแต่ละรายให้รอบคอบ แต่ถ้าคุณไม่สามารถจ่ายเพื่ออินเทอร์เน็ตส่วนตัวที่บ้านของคุณเอง ก็ยังมีห้องพีซี (PC room)
ใกล้บ้านคุณเป็นทางเลือกที่ประหยัดสำหรับคุณอยู่ โดยจะเปิดตลอด 24 ชั่วโมงเลย และราคาจะอยู่ที่ 1,500-2,000 วอน วอนต่อชั่วโมง ซึ่งขึ้นอยู่กับย่านที่มันตั้งอยู่เป็นสำคัญ
ขยะและสิ่งปฏิกูลจะมีการแยกออกตามประเภท และมาเก็บไปตามวันและเวลาที่แน่นอน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก ที่ควรจะ แยกและบรรจุขยะของคุณตามคำแนะนำของทางเขต โดยขยะมักจะถูกมาเก็บเอาไปในช่วงเช้าตรู่ ดังนั้นจึงขอแนะ นำให้คุณวางขยะรอเอาไว้หลัง 4 ทุ่มไปแล้ว เฉพาะในคืนก่อนวันที่ทางเขตจะมาเก็บเอาไป
นอกจากขยะเศษอาหารกับขยะรีไซเคิลนับว่าเป็นขยะทั่วไปซึ่งจะทิ้งลงในถุงขยะที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อ
ใช้กับขยะทั่วไป
คุณสามารถซื้อถุงขยะได้ในซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านสะดวกซื้อ โดยที่สีของถุงขยะสำหรับ ขยะทั่วไปและขยะที่เป็นเศษอาหารนั้น จะแตกต่างกันออกไปในแต่ละเขต ดังนั้นคุณจะต้องตรวจสอบสีให้ดี ก่อนที่คุณจะซื้อมาใช้ สำหรับถุงขยะทั่ว ไปจะมีขนาดต่างๆ ดังนี้: 1,2,5,10,20,30,50,60,75 และ 100 ลิตร โดยที่ขนาดดัง กล่าวจะขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่มันถูกวางจำหน่ายอยู่ด้วย สำหรับการใช้ภายในบ้านเรือนทั่วไป นั้น ปกติจะใช้ขนาด 10 หรือ 20 ลิตรกัน โดยถุงขยะที่เป็นอาหารจะมีขนาด 2 ถึง 5 ลิตร เนื่องจากมันเหมาะกับการ ใช้ทิ้งขยะทุกๆ สองหรือสามวัน ในขณะที่ในบางหมู่บ้านจะมีถังเ พื่อเก็บเศษอาหารเอาไว้ ดังนั้นให้คุณสอบถามรายละ เอียดเรื่องนี้กับเพื่อนบ้านของคุณ

ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่อยู่อาศัยเป็นสำคัญ ให้คัดแยกหรือคัดกรองแล้วทิ้งลงในถุงสำหรับใส่เศษอาหาร หรือเอาไปทิ้งที่ถังขยะสำ หรับเศษอาหารโดยเฉพาะ
แต่ละเขตพื้นที่มีการใช้ระบบการจ่ายเงินตามปริมาณการทิ้งขยะ (RFID)
ขยะประเภทกระดาษ แก้ว เหล็ก กระป๋อง ถุง ถุงห่อของ (กรณีที่มีรูปสามเหลี่ยมและมีคำเขียนไว้ว่า PP,
OTHER, LDPE ฯลฯ ที่เป็นเครื่องหมายการแยกขยะเท่านั้น) ประเภาพพลาสติก [ขวดพีที, บัลโพสที
เรน (EPS), วัตถุห่อหุ้ม (โฟม), วัตถุที่ทำจากสารเคมีต่าง ๆ (ขวดนมเปรี้ยว, ขวดน้ำยาล้างจาน ฯลฯ) ฯลฯ]
กระป๋องและขวดพลาสติกควรจะปล่อยให้แห้ง และทุบให้แบนก่อนที่จะทิ้ง
สำหรับการทิ้งขยะที่มีขนาดใหญ่ เช่น เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียแล้วนั้น คุณจะต้องไปซื้อสติ๊กเกอร์จ ากศูนย์ชุมชนของคุณ เพื่อเอามาติดกับขยะดังกล่าว จากนั้นคุณจึงสามารถเอาขยะนั้นมาวางทิ้งไว้หน้าบ้าน เพื่อให้ทางเจ้า หน้าที่มาเก็บเอาไปได้ สำหรับราคาของสติ๊กเกอร์จะแตกต่างกันออกไปตามประเภทและขนาดของขยะ ซึ่งร้านค้าปลีกบางแห่งก็ ได้รับอนุญาตให้ขายสติ๊กเกอร์นี้ด้วยเหมือนกัน ขนึ้ อยู่กับนโยบายของแต่ละเขตเป็นหลัก ในขณะที่อพาร์ตเมนตบ์ างแห่งจะสา มารถจัดการกับขยะดังกล่าวแทนคุณได้ ถ้าคุณจ่ายค่าบริการให้เขา
คุณสามารถซื้อสติ๊กเกอร์ผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้ด้วย (ที่เว็บไซต์ของสำนักงานเขต)
เหตุฉุกเฉินคืออะไร เหตุฉุกเฉินหมายถึงกรณีที่เกิดไฟไหม้ อุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วยกะทันหัน ในกรณีเหล่านี้ ให้โทรแจ้ง 119 สายด่วนนี้เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และจะมีการส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยไปยังจุดเกิดเหตุทันที
มีศูนย์เรียนรู้ความปลอดภัย 119 จำนวน 13 แห่ง และสถานีดับเพลิง 242 แห่งทั่วประเทศ ที่ให้การอบรมความปลอดภัยฟรี แต่ละศูนย์จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับฝึกซ้อมจำลองเฉพาะทาง (เช่น ด้านการบิน ทางเรือ การเล่นในน้ำ หรือสถานการณ์แออัด ฯลฯ) กรุณาตรวจสอบสิ่งอำนวยความสะดวกของศูนย์ฝึกซ้อมจำลองที่ต้องการไป และทำการจองล่วงหน้าทางโทรศัพท์หรือเว็บไซต์ของศูนย์นั้น