ศูนย์โทรศัพท์ Danuri
1577-1366
การโทรให้คำปรึกษาครอบครัว
1644-6621
한국생활안내 정보더하기 사이트로 이동

การศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

  • Home
  • การศึกษาสำหรับบุตร
  • การศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

การศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

โรงเรียนมัธยมต้นมีหลักสูตร 3 ปี จะมีการมอบหมายให้เข้าเรียนโดยทำการ จับฉลากตามภูมิภาคและกลุ่มโรงเรียน, กรณีในพื้นที่ ที่ระยะทางและการเดินทางไม่สะดวก จะมีการมอบหมายให้เข้าเรียนตามเขตโรงเรียนมัธยมที่กำหนดโดยผู้อำนวยการ โรงเรียนมัธยมต้นเป็นการศึกษาภาคบังคับ เช่นเดียวกับโรงเรียนประถมศึกษา โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย, กรณีที่ผู้ปกครองไม่ส่งเด็กเข้าเรียน อาจถูกปรับได้

01เนื้อหาในหลักสูตร

การศึกษาระดับมัธยมต้นประกอบด้วยการเรียนการสอนวิชาและกิจกรรมสร้างสรรค์เชิงประสบการณ์ ซึ่งเป็นการต่อยอดจากผลลัพธ์ที่ได้รับจากการศึกษาระดับประถมศึกษา และมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาความสามารถพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันและการเรียนรู้ พร้อมทั้งปลูกฝังบุคลิกภาพที่ดีและความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย นักเรียนจะได้เรียนวิชาต่าง ๆ เช่น ภาษาเกาหลี สังคมศึกษา (รวมถึงประวัติศาสตร์)/ศีลธรรมศึกษา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์/เทคโนโลยีและการงานอาชีพ/สารสนเทศ พลศึกษา ศิลปะ (ดนตรี/ทัศนศิลป์) และภาษาอังกฤษ นักเรียนเรียนประมาณ 8 วิชาต่อภาคเรียน กิจกรรมสร้างสรรค์เชิงประสบการณ์เป็นกิจกรรมนอกหลักสูตรที่นักเรียนนำสิ่งที่เรียนในหลักสูตรมาประยุกต์และฝึกฝนจริง ผ่านกิจกรรมอิสระและกิจกรรมการปกครองตนเอง กิจกรรมชมรม และกิจกรรมแนะแนวอาชีพ (สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และ 3 ได้แก่ กิจกรรมอิสระ กิจกรรมชมรม กิจกรรมอาสาสมัคร และกิจกรรมแนะแนวอาชีพ) นักเรียนจะได้สร้างอัตลักษณ์ของตนเอง ส่งเสริมทัศนคติในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น และพัฒนาความสามารถในการสำรวจเส้นทางอาชีพอย่างกระตือรือร้น ชั้นเรียนในระดับมัธยมต้นมีความยาวคาบละ 45 นาที โดยทั่วไปโรงเรียนจะมี 6 หรือ 7 คาบต่อวัน โรงเรียนมัธยมต้นแตกต่างจากระดับการศึกษาอื่น ๆ ตรงที่มีการดำเนินโปรแกรมภาคเรียนอิสระ และกิจกรรมชมรมกีฬาของโรงเรียน หนึ่งภาคเรียนของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จะใช้สำหรับโปรแกรมภาคเรียนอิสระ ซึ่งนักเรียนจะได้เข้าร่วมกิจกรรมสำรวจอาชีพที่หลากหลาย เพื่อค้นหาความถนัดของตนเองและออกแบบอนาคตของตน กิจกรรมชมรมกีฬาของโรงเรียนจะมีการเลือกกีฬาหลากหลายชนิดตามความสนใจของนักเรียน เพื่อส่งเสริมสมรรถภาพทางกายและเปิดโอกาสให้มีการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างหลากหลาย กิจกรรมชมรมใช้เวลา 34 ถึง 68 ชั่วโมงต่อปี ขึ้นอยู่กับระดับชั้น

ข้อมูลที่มีประโยชน์
ความรุนแรงในโรงเรียนห

“ความรุนแรงในโรงเรียน” หมายถึงการกระทำใด ๆ ที่เกิดขึ้นกับนักเรียน ไม่ว่าจะภายในหรือภายนอกโรงเรียน ที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บทางร่างกายหรือจิตใจ หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน ซึ่งรวมถึง การทำร้ายร่างกาย การโจมตี การกักขัง การข่มขู่ การลักพาตัว การดูหมิ่น การหมิ่นประมาท การรีดไถ การบังคับ การใช้ให้ทำงาน การล่วงละเมิดทางเพศ การกลั่นแกล้ง และการกลั่นแกล้งทางอินเทอร์เน็ต

  • การกระทำที่ระบุไว้ในคำจำกัดความข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น
สัญญาณความรุนแรงในโรงเรียนที่บ้าน
  • สีหน้าอึมครึมและไร้เรี่ยวแรงกว่าปกติ
  • มีปฏิกิริยาตอบสนองรุนแรงและอ่อนไหวกว่าปกติ แม้แต่กับเรื่องเล็กน้อย เช่น ตกใจแค่กับการถูกเรียกชื่อ
  • เกลียดหรือกลัวการไปโรงเรียน
  • ขาดเรียนโดยไม่มีเหตุผล หรือขอให้พาไปย้ายโรงเรียน
  • มีบาดแผลหรือรอยช้ำตามร่างกายเป็นประจำ และอยากอยู่คนเดียว
  • มีการขีดเขียนที่แสดงถึงความสิ้นหวัง(เช่น อยากตาย) หรืออาฆาตแค้น (เช่น ตายไปซะ)
สัญญาณความรุนแรงในโรงเรียนที่โรงเรียน
  • ไม่มีการโต้กลับ แม้จะถูกเพื่อนนินทาว่าร้าย
  • ถูกทอดทิ้งหรือกีดกันเมื่อมีกิจกรรมกลุ่มหรือกิจกรรมต่างๆ ในชั้นเรียน
  • ช่วงพักเบรคหรือพักกลางวัน มักหลีกเลี่ยงเพื่อนๆ และอยู่ในพื้นที่ที่มีแต่ตนเอง(เช่น ห้องน้ำ)
  • เสื้อผ้าชำรุดเสียหาย หรือมักจะมีอุปกรณ์การเรียน, ของส่วนตัวหายบ่อยๆ
  • พยายามไม่เข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียนหรือกิจกรรมที่ทำเป็นกลุ่ม
  • จำนวนครั้งของการมาสาย ออกก่อนเวลา และขาดเรียน เพิ่มมากขึ้นโดยไม่มีเหตุผลพิเศษ
สัญญาณการตกเป็นเหยื่อการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์
  • ตรวจสอบอุปกรณ์สื่อสารบ่อยครั้งด้วยสีหน้าไม่สบายใจและมีปฎิกิริยาตอบสนองอย่างอ่อนไหว
  • ถูกโจมตีซ้ำ ๆ ในห้องแชทกลุ่ม
  • ขอค่าขนมเพิ่มมากขึ้น หรือมีค่าใช้จ่ายของอุปกรณ์ออนไลน์มากเกินไป
  • แสดงความไม่ชอบอย่างรุนแรงและมีปฎิกิริยาตอบสนองอย่างอ่อนไหว หากพ่อแม่จับหรือดูอุปกรณ์สื่อสารของตน
  • ดูตื่นตระหนกหรือทุกข์ทรมานใจ หลังจากดูข้อความหรือแชท
  • ถูกเรียกด้วยชื่อเล่นที่ดูหมิ่นหรือคำหยาบมากกว่าจะเรียกชื่อจริงๆ หรือโดนโพสเหน็บแนบหรือใส่ร้ายจำนวนมากบนโลกไซเบอร์
  • สถานะ หรืออารมณ์ของภาพในบริการเครือข่ายสังคม (โซเชียลมีเดีย) เปลี่ยนไปเป็นความรู้สึกเศร้าหมองหรือด้านลบอย่างฉับพลัน
  • ระยะเวลาในการใช้คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์สื่อสารมากเกินไป
  • คนที่ไม่สนิทรู้เรื่องเล่าหรือข่าวลือของลูก
  • จู่ๆ ก็หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือหรือลบบัญชีโซเชียล
วิธีแจ้งความรุนแรงในโรงเรียน
ในโรงเรียน
  • การรายงานด้วยวาจา
    • เมื่อนักเรียนที่ถูกกระทำ เพื่อนที่เห็นเหตุการณ์ ผู้ปกครอง ฯลฯ แจ้งโดยตรงกับครูผู้สอน
    • เมื่อตัวครูรับรู้ถึงเหตุการณ์ความรุนแรงในโรงเรียนผ่านการให้คำปรึกษาแก่นักเรียนรายบุคคล
  • กล่องรับแจ้งเหตุ
    • ติดตั้งกล่องรับแจ้งเหตุความรุนแรงในโรงเรียนในจุดที่กำหนดไว้ และแจ้งให้นักเรียนทราบถึงการมีอยู่ของกล่อง เมื่อตัดสินใจเลือกจุดติดตั้ง ควรพิจารณาว่า นักเรียนที่ต้องการรายงานอาจกลัวว่าจะมีคนเห็นขณะส่งรายงาน
  • แบบสำรวจ
    • สามารถจัดทำแบบสำรวจเพื่อให้ข้อมูลเชิงลึก โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนทุกคนสามารถรายงานได้
  • อีเมล
    • ใช้อีเมลของครูประจำชั้น อีเมลของครูที่รับผิดชอบด้านความรุนแรงในโรงเรียน หรืออีเมลของโรงเรียน เป็นต้น
    • ครูประจำชั้นควรส่งแนวทางการป้องกันและการรายงานความรุนแรงในโรงเรียนให้นักเรียนเป็นประจำทางอีเมล ควรแนบแบบฟอร์มรายงานในอีเมลด้วย เพื่อให้นักเรียนสามารถตอบกลับและรายงานได้ทันที
  • บริการเครือข่ายสังคม (โซเชียลมีเดีย)
    • ห้องแชทส่วนตัวของโรงเรียน/ชั้นเรียนในโซเชียลมีเดีย เป็นต้น
  • เว็บไซต์
    • กระดานสนทนาแบบลับ บนเว็บไซต์ของโรงเรียน เป็นต้น
  • โทรศัพท์มือถือ
    • ส่งข้อความเสียง บันทึกเสียง หรือโทรไปยังโทรศัพท์มือถือส่วนกลางของโรงเรียน (โทรศัพท์ที่ลงทะเบียนในนามโรงเรียน)
  • โปสเตอร์
    • การติดโปสเตอร์ในห้องเรียนพร้อมข้อมูลเกี่ยวกับวิธีรายงานความรุนแรงในโรงเรียนสามารถเป็นประโยชน์ได้
นอกโรงเรียน
  • สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 112
    • ใช้แจ้งเหตุอาชญากรรมในกรณีฉุกเฉิน เช่น ความรุนแรงในโรงเรียนหรือการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์
    • ระบบรายงานและจัดการอาชญากรรมไซเบอร์ทางอิเล็กทรอนิกส์ (https://ecrm.police.go.kr)
  • ศูนย์รับแจ้งความรุนแรงในโรงเรียน 117
    • รับรายงานความรุนแรงในโรงเรียนที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ และให้ความช่วยเหลือทันที เช่น การช่วยเหลือฉุกเฉิน การสั่งสอบสวน การให้คำปรึกษาทางกฎหมาย และข้อมูลการสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง
    • เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และให้ความช่วยเหลือแบบครบวงจรทันทีเมื่อได้รับรายงาน เช่น การช่วยเหลือฉุกเฉิน การสอบสวน การให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย และการประสานที่พักพิง
      (โทรศัพท์) โทร 117 ได้ทั่วประเทศ (ไม่ต้องใส่รหัสพื้นที่)
      (ข้อความ) ส่งข้อความไปที่ #0117
      (เว็บไซต์) รายงานผ่าน Safety Dream (หรือค้นหาด้วยคำว่า “117”)
  • เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำโรงเรียน
    • รายงานต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบโรงเรียนโดยตรง ผ่านข้อความหรือโทรศัพท์

(1)โรงเรียน

หน่วยงานรับผิดชอบความรุนแรงในโรงเรียน

เมื่อเด็กแจ้งว่าตนเองถูกกระทำความรุนแรงกับหน่วยเฉพาะกิจด้านความรุนแรงในโรงเรียนภายในโรงเรียน หน่วยงานดังกล่าวจะรายงานเหตุการณ์ไปยังสำนักงานการศึกษาภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากยืนยันข้อเท็จจริงเบื้องต้นเกี่ยวกับผู้เสียหายและผู้กระทำ หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่สอบสวนความรุนแรงในโรงเรียนจากศูนย์ Zero School Violence ของสำนักงานการศึกษา หรือจากหน่วยเฉพาะกิจด้านความรุนแรงในโรงเรียน และครูผู้สอนจะพบกับนักเรียน ผู้ปกครอง ฯลฯ โดยตรงเพื่อทำการสอบสวนกรณีดังกล่าว หน่วยเฉพาะกิจด้านความรุนแรงในโรงเรียนจะพิจารณาว่าผู้อำนวยการโรงเรียนสามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาภายในโรงเรียนเองได้หรือไม่ โดยพิจารณาจากผลการสอบสวน หากเข้าเกณฑ์ที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ภายใน และนักเรียนผู้เสียหายรวมถึงผู้ปกครองยินยอม ผู้อำนวยการโรงเรียนสามารถดำเนินการแก้ไขได้เอง แต่หากไม่เข้าเกณฑ์ที่สามารถแก้ไขได้ภายใน หรือหากนักเรียนผู้เสียหายและผู้ปกครองไม่ยินยอม โรงเรียนจะส่งเรื่องให้คณะกรรมการมาตรการรับมือความรุนแรงในโรงเรียนซึ่งจัดตั้งขึ้นในสำนักงานการศึกษาเป็นผู้พิจารณา

  • ศูนย์ Zero School Violence: เป็นหน่วยงานเฉพาะทางภายในสำนักงานการศึกษาที่ดำเนินการสนับสนุนแบบบูรณาการ เช่น การเยียวยานักเรียนที่เป็นเหยื่อความรุนแรงในโรงเรียน การฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนผู้เสียหายและผู้กระทำ และให้คำปรึกษาทางกฎหมายสำหรับนักเรียนผู้เสียหาย
  • พนักงานสอบสวนการใช้ความรุนแรงในโรงเรียน : ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบ·ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับความรุนแรงในโรงเรียน ซึ่งศึกษาธิการ(หรือ อธิบดีศึกษาธิกา) แต่งตั้ง・มอบหมาย เพื่อให้ตรวจสอบความจริงเกี่ยวกับการกระทำหรือถูกกระทำในคดีความรุนแรงในโรงเรียน
วีคลาส (Wee) (ฝ่ายที่ปรึกษาของโรงเรียน)

ฝ่ายที่ปรึกษา ระดับ 1 ก่อตั้งอยู่ในโรงเรียน สำหรับนักเรียนที่ประสบกับปัญหาชีวิตในโรงเรียน เนื่องจากเหตุผลหลายประการ บริการให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือด้านจิตวิทยาเพื่อการปรับตัวในโรงเรียน

(2)คณะกรรมการโรงเรียน(สนับสนุน)

คณะกรรมการพิจารณาแผนรับมือกับความรุนแรงในโรงเรียน

คณะกรรมการมาตรการรับมือความรุนแรงในโรงเรียน เป็นคณะกรรมการตามกฎหมายภายในสำนักงานการศึกษา มีหน้าที่พิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและการรับมือกับความรุนแรงในโรงเรียน คณะกรรมการจะพิจารณาด้านการป้องกันและรับมือกับความรุนแรงในโรงเรียน การคุ้มครองนักเรียนผู้เสียหาย การให้การศึกษาและแนะแนวกับนักเรียนผู้กระทำ และการระงับข้อพิพาทระหว่างนักเรียนผู้เสียหายกับนักเรียนผู้กระทำ

วีเซ็นเตอร์(Wee) (ศูนย์สนับสนุนการให้คำปรึกษานักเรียน)

หน่วยงานให้คำปรึกษา ระดับ 2 ก่อตั้งในสำนักงานสนับสนุนการศึกษา เพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่มีปัญหา ที่ยากต่อการรักษาและชี้นำทางจากโรงเรียน บริการวินิจฉัย รักษาและให้คำปรึกษาแบบมืออาชีพ

วีสคูล (Wee)

หน่วยงานให้คำปรึกษา ระดับ 3 ก่อตั้งในสำนักงานการศึกษา ในเขตเมืองและจังหวัด
สำหรับนักเรียนที่เผชิญวิกฤติรุนแรงเช่นการถูกระงับโรงเรียน ต่างๆ ที่ต้องการรักษาและการศึกษาระยะยาว
โปรแกรมอบรมทางเลือกโรงเรียนประจำต่างๆ บริการให้คำปรึกษา การรักษาและการอบรมที่หลากหลาย

(3)โครงการและกลุ่มสังคมสงเคราะห์

ทีมช่วยเหลือ SOS จากความรุนแรงในโรงเรียน

มูลนิธิต้นไม้สีเขียว ได้สร้างทีมช่วยเหลือ SOS จากความรุนแรงในโรงเรียน, การจัดหาโปรแกรมที่หลากหลายเพื่อการเยียวยา นักเรียนที่ตกเป็นเหยื่อและผู้กระทำผิด ครอบครัว จากการได้รับความรุนแรงในโรงเรียน, การป้องกันความรุนแรงในโรงเรียนและการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับโรงเรียน โทร (☎1588-9128) หรือทางออนไลน์ (www.btf.or.kr)

  • ศูนย์สนับสนุนแบบบูรณาการเพื่อจัดการปัญหาความรุนแรงในโรงเรียน: ให้บริการแบบครบวงจร เช่น การสนับสนุนด้านจิตวิทยา การแพทย์ และกฎหมายสำหรับนักเรียนผู้เสียหายและนักเรียนผู้กระทำ พร้อมเชื่อมโยงไปยังองค์กรผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงในโรงเรียน
  • ศูนย์ให้คำปรึกษาและบำบัดเฉพาะทางด้านความรุนแรงในโรงเรียน: ให้บริการให้คำปรึกษาและบำบัดทางจิตวิทยาแก่ทั้งนักเรียนผู้เสียหาย นักเรียนผู้กระทำ และครอบครัวของพวกเขา โดยครอบคลุมถึงการให้คำปรึกษาแบบพบหน้า การให้คำปรึกษาแบบกลุ่ม การให้คำปรึกษาผ่านโลกออนไลน์ การออกเยี่ยมให้คำปรึกษานอกสถานที่ ค่ายกิจกรรม และการจัดการศึกษา
  • ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและความขัดแย้ง จากความรุนแรงในโรงเรียน : เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งและการเยียวยาความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับทางโรงเรียน โปรแกรมไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้งและสร้างความปรองดอง, การฝึกสอนและการจัดการความขัดแย้ง, การให้คำปรึกษา, การให้คำปรึกษาทางกฎหมาย ต่างๆ
    สำหรับนักเรียนที่ตกเป็นเหยื่อและผู้กระทำผิด
คำปรึกษาวัยรุ่น 1388

Youth Counseling 1388 เป็นบริการให้คำปรึกษาที่ดำเนินการโดยกระทรวงความเสมอภาคทางเพศและครอบครัว สามารถปรึกษากับนักจิตวิทยามืออาชีพได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน ตลอดทั้งปี เกี่ยวกับปัญหาหลากหลาย เช่น ความเสียหายจากความรุนแรงในโรงเรียน หรือปัญหาความสัมพันธ์กับเพื่อน สามารถติดต่อผ่านโทรศัพท์ (☎1388), ออนไลน์ (www.cyber1388.kr) และข้อความหรือ KakaoTalk (#1388)

ซังดามี แซม

Sangdami-ssam เป็นบริการให้คำปรึกษาผ่านมือถือที่ให้การสนับสนุนด้านคำปรึกษาและค่ารักษาเกี่ยวกับความรุนแรงในโรงเรียน โดยเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ ธนาคาร KB Kookmin, Kakao และสมาคมแพทย์โอเพ่นของเกาหลี ค้นหา “Sangdami-ssam” บน KakaoTalk แล้วเพิ่มเป็นเพื่อน จากนั้นส่งข้อความเพื่อปรึกษากับที่ปรึกษามืออาชีพ (เวลาทำการ: วันธรรมดา 10:00–24:00 ยกเว้นวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์) จะมีการสนับสนุนค่าบำบัดหรือให้คำปรึกษาสูงสุดไม่เกิน 800,000 วอนต่อคน สำหรับนักเรียนจำนวนไม่เกิน 150 คนต่อปี โดยรวมถึงนักเรียนผู้เสียหาย นักเรียนผู้กระทำ และนักเรียนที่มีความเสี่ยงสูงต่อความรุนแรงในโรงเรียนที่ได้รับคำปรึกษาแล้ว

  • 상다미쌤
    ในหน้าต่างรายการเพื่อน เลือก ‘ค้นหาเพื่อน’
    ที่หน้าต่างค้นหาจากนั้น ให้ค้นหาคำว่า
    ‘ซังดาฮีแชบ’ จากนั้นคลิกที่ไอคอน เพิ่มเพื่อน
    ที่หน้าต่างสนทนาพิมพ์คำว่า ‘รับคำปรึกษา’ เพื่อเริ่ม ปรึกษา
ข้อมูลที่มีประโยชน์
‘วี (Wee)’ สำหรับนักเรียนที่ปรับตัวยากในโรงเรียนหรือกำลังประสบวิกฤติ

วีเป็นชื่อย่อของ “WE + Education”, หรือ “WE + Emotion”

  • Safe-net ระดับ 1 วีคลาส (Wee)
    • ก่อตั้งในสำนักงานสนับสนุนการศึกษาตามเขตภูมิภาค
    • บริการสนับสนุน การวินิจฉัยเฉพาะทางต่อนักเรียนกลุ่มเสี่ยง เพื่อการให้คำปรึกษาและการรักษาที่เหมาะสม
    • นักเรียนทั่วไปและนักเรียนที่ไม่ปรับตัวในโรงเรียน ((ความรุนแรงในโรงเรียน, เสี่ยงถูกระงับการเรียน, การกลั่นแกล้ง, ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล, การเสพติดสื่อ, การประพฤติมิชอบ ฯลฯ)
  • Safe-net ระดับ 2 วีเซ็นเตอร์ (Wee)
    • ก่อตั้งในสำนักงานสนับสนุนการศึกษาตามเขตภูมิภาค
    • บริการสนับสนุน การวินิจฉัยเฉพาะทางต่อนักเรียนกลุ่มเสี่ยง เพื่อการให้คำปรึกษาและการรักษาที่เหมาะสม
    • นักเรียนที่ต้องการคำปรึกษาและนักเรียนกลุ่มเสี่ยงที่ยากต่อการรักษาและชี้นำทางจากโรงเรียน
  • Safe-net ระดับ 3 วีสคูล (Wee)
    • ก่อตั้งในสำนักงานการศึกษา เขตเมืองและต่างจังหวัด
    • การอบรมประจำสำหรับนักเรียนกลุ่มเสี่ยง ที่ต้องการรักษาจากระยะกลางไปจนถึงระยะยาว
    • นักเรียนที่อยู่ในช่วงวิกฤต ที่ต้องการรักษาจากระยะกลางไปจนถึงระยะยาว
สามารถใช้งานได้ตามเงื่อนไข “KOGL (ลิขสิทธิ์เปิดเผยซอร์ซโค้ดของเกาหลี) ประเภท 4: ระบุแหล่งซอร์ซโค้ด+ห้ามใช้ในเชิงพาณิชย์+ห้ามทำการเปลี่ยนแปลง”